เชียงใหม่.. ดินแดนล้านนาแห่งความสุข กับชีวิตสุด Slow life
![]() |
เชียงใหม่ ดินแดนสุดชิล |
เมื่อพูดถึง จ.เชียงใหม่ สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงคือ ภูเขา วัด และ กาแฟ เป็นอันดับแรก
ถูกแล้วครับ ที่นี่ มีทั้งภูเขา วัด และกาแฟ เยอะจริงๆ เยอะขนาดที่ว่า เดินไปไม่กี่ก้าวก็ต้องเจอร้านกาแฟ
เจอวัดที่รายเรียงกัน เยอะอยู่พอสมควร แต่วัดที่ชาวเชียงใหม่ต่างนับถือและสักการะ หรือเป็นวัดที่อยู่คู่จังหวัดเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ เพราะเชื่อกันว่า เมื่อเข้ามาอยู่ใน จ.เชียงใหม่ เหมือนเราเข้ามาอยู่ในความคุ้มครองของพระธาตุดอยสุเทพซึ่งคอยปกปักรักษา จ.เชียงใหม่มายาวนาน ทำให้นักท่องเที่ยวหรือคนท้องถิ่นในจ.เชียงใหม่เอง ต่างมาเคารพบูชา พระธาตุดอยสุเทพเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เป็นจำนวนมาก
![]() |
พระธาตุดอยสุเทพ |
แต่เชียงใหม่ไม่ได้ขึ้นชื่อแค่เรื่อง วัดวาอาราม เรื่องกาแฟ หรือภูเขาเพียงอย่างเดียว
แต่เสน่ห์ที่เชียงใหม่จริงๆแล้วอยู่ที่ คนท้องถิ่น ที่ยังคงพูดจาภาษาเหนือ อาหารพื้นเมือง และอากาศที่ดีตลอดทั้งปีนั้น เป็นเสน่ห์ที่จะมาใช้เวลาให้หมดไปกับที่นี่จริงๆ
สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมนั้นหลงใหลไปกับ จ.เชียงใหม่ แบบหัวปักหัวปำ และอยากจะเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
เพราะสิ่งดีๆเหล่านี้ที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง ทำให้คนหลีกหนีชีวิตที่วุ่นวายจากเมืองกรุง
มาที่นี่กันซะเยอะแยะ มากมาย จนบางทีก็กลัวว่าเสน่ห์เหล่านี้จะจางหายไปตามผู้คนที่มาจากต่างถิ่น และจากที่ผมเห็นที่นี่ยังคงมี งานศิลปะอยู่ทั่วทั้งเมือง ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผมนั้นหลงรักเข้าไปอีก เพราะโดยส่วนตัว ผมเองก็ชอบงานศิลปะอยู่แล้ว
ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องความชิลที่นี่มีให้คุณอย่างแน่นอน ใช้ชีวิตแบบ สโลไลฟ์
และวันนี้ผมเองจะมารีวิว ความชิลหรือสโลวไลฟ์ ที่ผมจัดไปแบบเต็มๆ 8 วัน 7 คืน ที่นี่ จ.เชียงใหม่
เริ่มต้นที่ ขึ้นรถไฟฟ้า bts จาก เอกมัย มาลงที่สถานี อโศก ราคา28 บาท หลังจากนั้นต่อ รถไฟฟ้าใต้ดิน mrt สถานีสุขุมวิท ไปลงที่สถานีหัวลำโพง ราคา 22 บาท เพื่อขึ้นรถไฟฟรี กรุงเทพ-เชียงใหม่
รอบ 13.45 น. แค่นี้ก็ชิลในการซึมซับบรรยากาศก่อนที่จะไปถึง จ.เชียงใหม่แล้ว
![]() |
รอ BTS |
![]() |
ต่อ MRT ไปหัวลำโพง |
![]() |
รถไฟฟรี 15 ชม. ชิลๆ |
ในระหว่างที่รถไฟแล่นไป เราจะได้ใช้เวลาไปกับชีวิตบนรถไฟ และวิถีชีวิตใน จังหวัดต่างๆที่รถไฟนั้นแล่นผ่าน
แต่ชิลสุดคือการได้กินข้าวกับวิวที่กำลังเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทำให้อาหารอร่อยขึ้นมาได้อย่างมาก เงินอาจจะซื้อความสุขได้นะครับ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้มีเงินมากพอ
คุณก็สามารถใช้ชีวิตที่มีความสุขแบบง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองได้ อาจจะไม่ใช่อาหารบนตึกระฟ้าที่หมุนชมวิวโดยรอบแบบ 360 องศา แต่นี่แหละ!! วิวธรรมชาติที่มันก็มีความสุขในแบบฉบับของเรา
![]() |
วิวเคลื่อนที่ |
เมื่อท้องอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนในรถไฟฟรี ซึ่งต้องบอกตรงนี้เลยว่า
เป็นการนอนแบบ หลับไม่เต็มตา 5555+ แต่มันก็สนุกดีนะ กลางคืนอากาศจะเย็นมาก ต้องหาเสื้อกันหนาวมาห่มเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ของฟรี มันก็ไม่ได้แย่นะ แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับสบาย
จากนั้น ตี4 ก็ถึงเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ ขอย้ำว่าตรงเป๊ะ!!
ไม่น่าเชื่อ อาจจะบังเอิญแค่วันนี้ 555+ รึป่าว
เมื่อลงรถไฟเสร็จก็ทำธุระส่วนตัวและ นั่งรถแดงไป อาเขต เพื่อไปเช่ารถกับ biky
![]() |
รถใหม่เอี่ยม |
เริ่มต้นเช่า ไม่วางมัดจำวันละ 300 บาท รถอย่างใหม่!!
จากนั้นเราก็เริ่มต้นใช้ชีวิตในเชียงใหม่ โดยการไปเริ่มกินข้าวเช้า ชื่อดัง ย่านใจกลางเชียงใหม่++
จากนั้นเราก็เริ่มต้นใช้ชีวิตในเชียงใหม่ โดยการไปเริ่มกินข้าวเช้า ชื่อดัง ย่านใจกลางเชียงใหม่++
![]() |
ร้านอาหารเช้า จ.เชียงใหม่ |
![]() |
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร |
เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จ เราก็เริ่มด้วยการเข้ามาไหว้พระ ในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ซึ่งสวยและใหญ่มากๆ
ดูเก่าแก่และมีมนต์ขลังมากๆ ว่ากันว่าที่นี่เป็นพระอารามหลวง ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ 1928-1945 ซึ่งถ้านับดู ก็ประมาณ 6 ร้อยกว่า ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่
![]() |
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร |
จากนั้นเราก็เลือกที่จะไปพักผ่อน ใช้ชีวิต slow life ที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด สวนสาธารณะใจกลางเมืองเชียงใหม่ ต้องบอกเลยว่าที่นี่เย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง
![]() |
สวนสาธารณะหนองบวกหาด |
เลยมุ่งหน้าไปที่ร้านกาแฟสุดอาร์ต ของเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าของก็อาร์ตสมชื่อ และร้านก็ตกแต่งได้แนวสุดๆ
คนเชียงใหม่นี่ เค้าทั้งชิล ทั้งติสท์ ทั้งมีไอเดียเจ๋งๆ มากมาย
![]() |
ร้าน Artisan cafe |
![]() |
Artisan cafe |
![]() |
โกโก้เย็น |
ยังติดใจอยู่เลย ไว้ไปเที่ยวใหม่ ต้องไปกินอีกแน่นอน +++
จากนั้น เราก็ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัย แซ่บจริง 50 บาท แล้วแวะเข้าที่พักตอนบ่าย3
ชื่อที่พักคือ JAO hostel เป็นโฮสเทลที่น่ารักและเป็นกันเองมาก ข้างล่างเป็นบาร์ ตอนกลางวันขายกาแฟกับอาหารฝรั่ง ตอนกลางคืนเป็นบาร์ที่โคตรรร ชิล !! ข้างบน เป็นที่พัก
คอนเซป ของที่นี่ คือ "เมาก็ขึ้นไปนอน" 55555+
![]() |
Jao hostel |
แล้วก็เตรียมตัวออกไป สักการะ พระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งถ้ามาถึงเชียงใหม่แล้วไม่มาวัดพระธาตุก็เหมือนมาไม่ถึง
เอ้ย ไม่ใช่ นักท่องเที่ยว ที่ต่างมีความศรัทธาเหมือนกัน
![]() |
เหนื่อยเหมือนกันแฮะ |
![]() |
ถึงแล้วว วัดพระธาตุดอยสุเทพ |
ก็ตัดสินใจขึ้นยอดดอยไปอีกเพื่อที่จะไปให้ถึงขุ่นช่างเฆี่ยน ซึ่งตอนนั้นเกือบ6โมงเย็น
ต้องบอกเลยว่าเมื่อขึ้นไปถึงดอยปุย และขึ้นไปอีกนิดหน่อย!! ก็ตัดสินใจลงดีกว่า
เนื่องจากทางแคบและไหล่ทางเป็นเหว และฟ้าก็เริ่มมืด อากาศเย็นจัดจนมือแข็ง
จึงตัดใจ รักษาชีวิตตัวเองก่อนดีกว่า วันและเวลาอาจไม่พร้อมให้เราทำตามฝัน!!
ก็ไม่เป็นไร จึงบิดลงจากดอยด้วยอาการสั่นเนื่องจากอากาศเย็นมาก ผสมกับลมที่เข้าประทะ
ทำให้มือเกิดอาการเกร็งและต้องสลับกันขับกับน้องที่ไปด้วย 555+ ชีวิตหนอ บางทีการเดินทางมันก็ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ 555 แต่สนุกมากๆ
จากนั้นเราจึงไปกินข้าวซอยที่อร่อยมากๆ นั่นคือ ข้าวซอยนิมมาน ข้าวซอยบวกกับไส้อั่ว
ต้องบอกเรย ว่าห้ามพลาด อร่อยจริงๆ มากี่ทีก็ต้องมากินตลอด อารมณ์ล้านนามากๆ
ทำให้อาหารอร่อยขึ้นเยอะ ถ้ามาถูกช่วงจะมีการแสดง ฟ้อนรำ และกลองสะบัดชัย โชว์ฟันดาบ
อะไรแบบนี้ด้วยนะ
![]() |
ข้าวซอยไส้อั่ว |
![]() |
ข้าวซอยนิมมาน |
![]() |
อารมณ์ล้านนา |
งานพี่โน๊ต อุดมก็มีนะ
![]() |
งานอาร์ต |
![]() |
แต่ที่เป็นไฮไลท์เลยคือ คอนเสิร์ตกลางสี่แยกไฟแดง ข้างถนน ซึ่ง จะมีจังหวัดไหนที่จะชิลได้เท่านี้อีกมั๊ย แล้วคนดูก็คือ คนที่เดินอยู่บนฟุตบาตนั่นแหละ นั่งดูกันเต็ม นั่งกันตามพื้นบ้าง บันไดบ้าง
ลองคิดนะ อากาศเย็นๆ กับเพลงเพราะๆ จิบอะไรอีกนิดหน่อย ต้องบอกเลยว่าฟินมาก
![]() |
ชิลจริงๆ สำหรับคอนเสิร์ตกลางสี่แยก |
นั่งแม่ง!! ข้างทางนี่ล่ะ มีตัวอย่างควมชิล มาฝาก
หลังจากที่ฟังเพลงชิลๆ อากาศเย็น จิบอะไรเพลินๆ ก็เริ่มตึงๆ กลับที่พักของเรา แน่นอนว่า
แหล่งรวมของต่างชาติเยอะขนาดนี้ไม่หลับสบายให้มันรู้ไป 555+
![]() |
บรรยากาศ Jao hostel |
![]() |
แอร์มันเย็น ตาเลยจะหลับ |
และผมเอง ก็ทำตามคอนเซป ของที่นี่ครับ 555555 + " เมาก็ขึ้นไปนอน "
แอร์เย็นๆ เตียงนุ่มๆ หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์จร้า หมดไปกับวันแรกในเชียงใหม่
++++ +++ ติดตามวันต่อไปของผมกันต่อ ในบทความหน้านะ ^^ +++ ++++++