เชียงใหม่... ดินแดนล้านนาแห่งความสุข กับชีวิตสุด slow life EP.2
![]() |
เชียงใหม่ ดินแดนสุดชิล |
หลังจากตื่นเช้าขึ้นมากับวันที่ 2 ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งตื่นกันตั้งแต่6โมง เพื่อเตรียมตัวแวนส์ มอไซต์ ไปเชียงดาว ที่มีระยะทางประมาณ เกือบ 100 กิโลเมตร
กำหนดการของเราคือ ออกเดินทาง 7 โมงเช้า และต้องถึง เชียงดาว ไม่เกินเที่ยง เพราะว่าไม่ได้จองที่พักล่วงหน้า ส่วนการติดต่อก็ยากซะเหลือเกิน โทรติดบ้างไม่ติดบ้าง "เลยตัดสินใจว่า ไปหาเอาข้างหน้านี่แหละ " ถ้าไม่มีที่พักยังไง ซักเย็นๆก็จะลงมาหาที่พักข้างล่างเอา
![]() |
ไปก่อนนะ Jao hostel |
ไปแบบไม่รู้อะไรมันก็ดีไปอีกแบบ ลุ้นดี!! จากนั้น 7 โมงเช้าก็ได้เวลาแวนส์ ทันที
อากาศตอนเช้าจะเย็นมากๆ ขับรถต้องใส่เสื้อกันหนาว2ชั้น ใส่ถุงมือ ใส่แว่นตากันลมอย่างดี
แต่ขอบบอกเลยว่า หน้าชามากๆ เพราะหมวกกันน็อคของเราเป็นแบบ Open air
![]() |
พักซะหน่อย หน้ามันชาๆ |
หลังจากออกจากตัวเมือง เราก็จะเริ่มเห็นธรรมชาติมากขึ้น เริ่มลัดเลาะตามไหล่เขา
เป็นเส้นทาง มอเตอร์ไซค์ ที่ขับแล้ว ได้บรรยากาศมาก เพราะมีต้นไม้ มีท้องฟ้า และภูเขา ตลอดเส้นทาง อากาศก็ค่อนข้างเย็น + กับแสงแดดยามเช้าทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาหน่อย
และมีบางช่วงที่ลัดเลาะตามป่าบ้าง ซึ่งหนาวสั่นทุกครั้งที่ผ่านป่า ซึ่งเส้นทางผมคิดว่าปลอดภัยนะ ถ้าขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เวลาเดินทางไม่ต้องคิดเยอะ!!
ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ถึงเอง +++
![]() |
เสพธรรมชาติ |
เมื่อเดินทางมาได้ซัก2ชั่วโมง เราก็จะเริ่มเห็น ดอยหลวงเชียงดาวแบบ ลิบๆ แปลว่า เราใกล้มาถึงแล้ว!!
ต้องบอกเลยว่าทางขึ้นไปเชียงดาวนั้น 5555+ เกินจะบรรยาย
![]() |
ดอยหลวงเชียงดาว ลิบๆ |
จากนั้นเราก็เริ่มเข้ามาในตัวหมู่บ้าน ซึ่งก็ยังหลงอยู่ดี ถ้าเรามาถูกทางจะเจอด่านเจ้าหน้าที่ป่าไม้
เพื่อเก็บค่าเข้าอุทยาน แปลว่า การเดินทางขึ้นสู่เชียงดาวกำลังจะเริ่มขึ้น !!
ถ้าใครอยากได้ฟิวส์แบบ ยอดดอยหลวงเชียงดาวจริงๆ ต้องTreakking 2วัน1คืน หรือการเดิน เท่านั้น!!
เป็นระยะเวลา 2 วัน 1 คืน เพื่อชมความงามแบบ360 องศา ที่ยอดดอยหลวงเชียงดาว
แต่วิธีที่ขับรถขึ้นนั้น อาจจะไม่ได้เห็นวิวแบบ 360 องศา แต่ก็สวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว
หลังจากนั้น การเดินทางสู่ดอยหลวงเชียงดาวก็เริ่มขึ้น ทางที่ขึ้นมีลักษณะชันและแคบมาก
ถ้าถามว่าอันตรายมั๊ย !! อันตรายมากสำหรับผู้ที่ขับรถไม่แข็ง เพราะอาจทำให้เพื่อนร่วมทางเกิดอันตรายได้ ในทุกๆจังหวะเข้าโค้ง จะต้องบีบแตร!! เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่ามีรถกำลังจะขึ้น จะลง นะ
และทางขึ้นฝั่งนึงจะเป็นไหล่เขาและฝั่งนึงจะเป็นเหวป่าสูงชัน ในหน้าฝนอาจจะมีการลื่นไถลของรถ หรือดินสไลด์ได้ ควรระมัดระวัง!!
ไม่มีภาพเพราะ ลุ้นกับเส้นทางอยู่ 5555+
แต่จริงๆไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แต่ที่เป็นไฮไลท์เลยคือ ความหนาวเย็น ที่แสงแดดส่องไม่ถึง
ในช่วงที่ขึ้นคือประมาณ 10 โมงกว่าๆ แล้วข้างทางก็เป็นแบบป่าดิบๆ อุณหภูมิน่าจะอยู่ประมาณ15-16 องศาได้นะ ซึ่งอุณหภูมินี้มันจะสบายมาก ถ้าไม่ขี่มอไซค์ขึ้น
นรกชัดๆ มือเกร็ง ปากสั่น หน้าชา ปากชา ขาชา ไอ้นั่น!!ก็ชา 555+
ต้องลองซักครั้งนะผมว่า ช่วงที่ผมไปคือเดือน ธ.ค. อธิบายไม่ถูกจริงๆ รู้แต่ว่ามันสุดอ่ะ ผมเคยไปภูกระดึงอุณหภูมิ 4 องศา ยังไม่เท่านี้เลย ความรู้สึกเหมือนอะไรแหลมๆมันทิ่มเราตลอด
หลังจากผ่านตรงนั้นมาได้ และนี่คือสิ่งที่ธรรมชาติ ได้ตอบแทนนักเดินทางอย่างพวกผม
![]() |
บ้านระเบียงดาว |
![]() |
บ้านระเบียงดาว |
เมื่อเรามาถึงเราก็แวะไปถามที่พักกับทางที่พักสุดฮิต อย่างระเบียงดาวก่อนเลย
ปรากฏว่า มีเต้นท์เหลือจร้า โคตรโชคดี!! good luck ++ คนละ500บาทพร้อม อาหารเย็น1มื้อ
และอาหารเช้า พรุ่งนี้อีก1มื้อ ถือว่าคุ้มมาก
จากนั้นเราก็มานั่งฟังเพลง และนั่งดูวิวตรงหน้าตั้งแต่บ่ายจนถึง4ทุ่ม เหมือนมนต์ที่โดนสะกดจริงๆ
ที่เราไม่เบื่อกับการนั่งดูภูเขาลูกเดิม 4-5 ชั่วโมง
ต้องบอกก่อนว่า รูปที่เห็น กับของจริงต่างกันมาก ถ่ายยังไงก็ไม่สวยเท่าของจริง
และนี่ก็คือรางวัลที่ธรรมชาตินั้นได้มอบให้แก่พวกเรา ++
![]() |
รางวัลที่ธรรมชาติมอบให้ |
และไม่นานก็มีเพื่อนของพวกเรา มาสมทบชมความงามกันแบบพาโนรามา
ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันสวยกว่าในรูป หรือในเพจ ตามโซเชียลต่างๆที่เคยเห็นมา
เมื่อพระอาทิต์เริ่มจะตกดิน อาหารเย็นก็พร้อมเสิร์ฟทันที
อาหารเย็นพื้นบ้าน + แสงเทียน + วิวแบบนี้ + ความสนุกที่เกิดการเดินทาง+เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ
ผมเองก็ประทับใจกับความรู้สึกแบบนี้จริงๆ
![]() |
อาหารเย็นท่ามกลางแสงเทียน |
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ฟ้าเริ่มมืดสนิท และนี่คือไฮไลท์ แต่ก่อนจะถึงไฮไลท์
ก็มีการคุยกัน เล่นกัน รวมไปถึงการจิบเบียร์ที่ซื้อมาจากด้านล่างอีกนิดหน่อย เพื่อเพิ่มบรรยากาศ
ให้การคุย สนุกสนานยิ่งขึ้น ...
อากาศก็เริ่มเย็นมากขึ้นๆ ฟ้าก็เริ่มที่จะมืดสนิท ไฮไลท์ก็คือเราจะเห็นดาว ที่นี่ได้ชัดเจน และสว่างมากๆ ดาวที่เต็มทั่วทั้งท้องฟ้า จะมีครั้งไหนที่เราจะมีโอกาสชี้ดาวดวงนั้น แล้วพูดว่านั่นคือดาวอะไร ?
ผมมองว่า เมืองกรุง ที่ผู้คนต่างเร่งรีบ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยตึกระฟ้า
จะมีโอกาสมั๊ยที่จะมานั่งนับดาว หรือทำอะไรแบบนี้ ^^ เพราะชีวิตที่เร่งรีบ คิดแต่เรื่องงาน
คงยากเนอะที่จะได้ทำอะไรแบบนี้ แต่เมื่อเรามาถึงที่นี่ เหมือนปลดล็อคออกจากทุกสิ่งจริงๆ
ทิ้งเรื่องงานไว้ก่อน เรื่องเจ้านาย หรืออาจารย์ เกรด ทุกสิ่งทุกอย่าง ลอง ช่างแม่ง!!!ซักวันดู
แล้วจะรู้ว่าความสุขมันเป็นยังไง
ยิ่งคืนที่พระจันทร์มืด จะเห็นดาวชัดเจนมากๆ ซึ่งสวยงามจริงๆ กล้องถ่ายไม่ติดนะจ๊ะ
ต้องเห็นด้วยตาเท่านั้น !!
ฟังเพลงนี้ไปด้วย กับบรรยากาศเงียบๆ ลมเย็นๆ ก็เข้ากันดี
และผ่านพ้นไปอีกวัน กับความสุขเพียงเล็กน้อย ความสุขในใจ
ที่ใช้เงินแค่เพียงเล็กน้อย แต่ได้มาซึ่งความทรงจำที่แสนงดงาม
![]() |
เช้าวันที่3 ณ ดอยหลวงเชียงดาว |
แสงแรกของวันที่ 3 ช่างสวยสดงดงาม ผมตื่นมาด้วยเสียงกุกๆกักๆ พอออกจากเต้นท์มาเท่านั้นแหละ
เจอน้องมันถอดเสื้อผ้าออกหมด ท้าลมหนาว เรื่องหน้าสู้แดดยังไม่หายเรื่องนี้มาอีกละ 555+ อากาศตอนเช้าจริงๆไม่ได้หนาวมากเท่าไหร่ แต่ก็สามารถพ่นควันได้นิดหน่อย
จากนั้นเมื่อฟ้าสว่างก็มีข้าวต้มร้อนๆ กาแฟโอวัลตินมาเสิร์ฟที่เดิม แต่ต้องไปเช้าๆเรยนะถึงจะได้ที่วิวดี
จากนั้นก็เดินสำรวจหมู่บ้านอีกนิดหน่อย และเตรียมตัวกลับ ตัวเมืองเชียงใหม่ ในช่วงสาย
ซึ่งผมกับเพื่อนแยกกันกลับคนละกลุ่ม ไว้ไปเจอกันที่ตัวเมืองเชียงใหม่
ซึ่งขากลับลงเขานี่แหละ ผมไม่ขับแล้ว เข็ด!! ให้น้องมันขับไป จนลงไปถึงข้างล่าง
มองย้อนกลับมา หมอกเต็มเขาไปหมด สวยมากจริงๆ
มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ ด้วยความรวดเร็ว และเข้าพักกันที่นี่ ที่ โคอินซิเดนท์ โฮสเทล
คืนละ 200 บาท พร้อมอาหารเช้า
![]() |
โคอินซิเดนท์ โฮสเทล |
ที่นี่เราก็อยู่เหมือนบ้านอยากทำไรก็ทำ แต่ก่อนอื่นขอพักผ่อนซักแป๊ป
และในช่วงเย็นเรามีทัวร์ ม.เชียงใหม่ อยากรู้ว่าเด็กเชียงใหม่เค้าอยู่ เค้ากิน เค้าเรียน เค้าใช้ชีวิตกันยังไง
![]() |
อ่างแก้ว |
ใน ม.เชียงใหม่ มีอ่างแก้วอยู่ในมอ ซึ่ง สวยมากวิวแม่น้ำและภูเขา ที่สำคัญคือ สะอาด ไม่มีขยะเลย
และไม่มีลูกระนาด มีไฟแดง และธนาคารอยู่ในมอเลย แต่ตึกจะดูเก่าๆหน่อย ดูมีมนต์ขลังดี
เหมือนผลิตศิษย์ออกไปหลายสิบรุ่น โดยรวมเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีอย่างที่คิดไว้ เพราะตอน ม.6
ผมเองก็อยากเข้าที่นี่เหมือนกัน ติดที่ไกลบ้านไปหน่อย ไม่ได้ภูเขาเอาทะเลก็ยังดี ++
แต่มีตึกที่ผมชอบอยู่ตึกนึง เป็นตึกสถาปัต ดูเก๋มาก บันไดรอบเป็นวงกลม ห้องจะเยอะไปไหน
![]() |
ตึกสถาปัตย์ |
หลังจากนั้น นึกขึ้นได้ว่านัดน้อง ม.ช. ไว้ เรยบอกให้น้องพาไปร้านนมเด็ดๆของเชียงใหม่
อยากรู้ว่าเด็กที่นี่เขากินอะไรกัน
![]() |
Volcano |
ซึ่ง ชีสเป็นซีส ช้ินละ 60 บาท แต่อร่อยจริง!! หรือเราไม่เคยกินวะ
ชีสแม่งยืด จนสามารถเอามาโดดหนังยางเล่นได้ แล้วมันเล่นกันจริงๆ 555+
จากนั้น เรามุ่งหน้ากลับไปที่ thinkpark ที่เดิม เพื่อจะไปดูคอนเสิร์ตวงเดิม ที่นักร้อง น่ารักๆอ่ะ
แต่ก็ไปเจอวงอื่น ซึ่ง เจ๋งกว่า
ซึ่งถือว่าคุ้มครับ ที่กลับมาอีกครั้ง และรู้สึกอยากกินอะไรสักอย่างของเชียงใหม่ เลยทำให้นึกถึง ไก่ทอดเที่ยงคืน ซึ่ง ทอดทีเกือบ10กระทะ ขายดีจริงๆ ราคาก็แพงจริงๆ 555
ก่อนกลับก็เลยแวะเข้าไปกินไก่ทอด จากนั้นก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อน เก็บแรงไว้ในวันพรุ่งนี้
โฮสเทลที่นี่ก็ถือว่าดีระดับนึง แต่ไม่อบอุ่นเท่ากับ Jao hostel
![]() |
จิบโกโก้ร้อน |
ใน จังหวัด.เชียงใหม่
เช้าวันต่อมาเราเลือกที่จะทำบุญ ซึ่งตั้งใจจะทำบุญให้ครบ9วัด ซึ่งไม่ยากเลย เพราะวัดที่เชียงใหม่
เยอะมาก เริ่มต้นที่วัดที่4 วัดพันเตา
![]() |
วัดพันเตา |
ผสมผสานกันอย่างลงตัว
![]() |
วัดพันเตา |
![]() |
วัดโลกโมฬี |
![]() |
วัดเชียงมั่น |
แสบผิวอ่ะ หลบร้อนซะหน่อย โดยมาถึงเชียงใหม่แล้วไม่มาร้านกาแฟก็ยังไงอยู่
ไป !!
เหมือนตี๋ใหญ่ มาแดกกาแฟอ่ะ !! กาแฟ "รสนิยม" ชื่อดังของเชียงใหม่ มีหลายสาขามาก
ไปตรงไหนก็เจอ ก็ถือว่าพอได้อยู่นะ 60-80 บาท เมื่อเทียบกับกาแฟที่ดี จากนั้นก็รู้สึกหิว และอยากกินของพื้นๆ ที่ชาวเชียงใหม่เค้ากินกันบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็ข้าวซอย ไส้อั่ว
จัดไป ผัดกะเพราจานนึง เจ๊!!
![]() |
เยอะจริง ไข่ดาวฟรี |
กินไม่หมด หลังจากอิ่มแล้วก็เลยตัดสินใจกลับไปเมา เอ้ย กลับไปพักที่เดิม Jao hostel
เอาของเก็บก็ต้องรีบ บิดไปที่ สวนราชพฤกษ์
ลงรถได้ไม่นาน ก็ต้องกลับขึ้นและไปต่อ นั่นคือ วัดพระธาตุดอยคำ เป็นวัดที่ 7 ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับอุทยานหลวงราชพฤกษ์ แต่ต้องบิดขึ้นเขาไปอีกหน่อย
![]() |
![]() |
วิวเมืองเชียงใหม่ |
![]() |
ปิดทอง ไหว้พระ |
ซึ่งถือว่า เป็นไฮไลท์ของ จ.เชียงใหม่เลยฮับ เพราะคนเยอะมากกกกก
จะเยอะไปไหน
![]() |
ถนนคนเดิมเชียงใหม่ |
แต่จากที่ผมเดินทั้งตลาด ผมก็มาสะดุด ให้กับผู้หญิงคนนึง ที่เล่นไวโอลินประจำอยู่ที่นี่นั่นแหละ
ตอนแรกผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ถ้าเค้าไม่หันมาส่งสายตาหวานฉ่ำแบบนั้น
น่ารักอ่าาาา
ผมรีบกินข้าวเข้าที่พักเพื่อค้นหาทันทีว่าเค้าเป็นใคร ?
เค้าชื่อน้องโฮป เล่นไวโอลิินเปิดหมวกที่นี่ประจำ ใครไปเชียงใหม่ หรืออยู่เชียงใหม่ก็ต้องเจอเธออย่างแน่นอน ผมมีรูป ในเนตมาฝาก
![]() |
น้องโฮป ไวโอลิน |